ราคาทำแอพ จ้างทำแอพ Mobile App

ราคาพัฒนาแอพมือถือ 2569 จ้างทำแอพต้องเตรียมงบเท่าไหร่?

อ่านประมาณ 2 นาที Read in English

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่เราได้รับจากผู้ประกอบการคือ “ราคาพัฒนาแอพมือถืออยู่ที่ประมาณเท่าไหร่?” คำตอบสั้น ๆ คือ ตั้งแต่หลักหมื่นบาทสำหรับ MVP แบบเรียบง่าย ไปจนถึงหลักล้านสำหรับแอพระดับองค์กร บทความนี้จะพาดูราคาจริงปี 2569 แยกตามระดับความซับซ้อน พร้อมปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน และวิธีควบคุมงบประมาณ

สรุปช่วงราคาพัฒนาแอพมือถือ ปี 2569

ระดับแอพลักษณะงานช่วงราคาโดยประมาณ
MVP / แอพเริ่มต้นฟีเจอร์หลัก 3–5 อย่าง, ล็อกอิน, หน้ารายการ, ฟอร์ม80,000 – 300,000 บาท
แอพธุรกิจระดับกลางระบบชำระเงิน, Push Notification, หลังบ้านจัดการ, API ภายนอก300,000 – 800,000 บาท
แอพซับซ้อน / MarketplaceReal-time, Matching, Wallet, ระบบ Rating, หลายบทบาทผู้ใช้800,000 – 2,000,000+ บาท
Enterprise Applicationเชื่อม ERP/CRM, มาตรฐานความปลอดภัยสูง, On-premise2,000,000 บาทขึ้นไป

ช่วงราคาข้างต้นสอดคล้องกับเทรนด์สากลที่ MVP ระดับเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 15,000–50,000 ดอลลาร์ ส่วนแอพซับซ้อนอาจสูงถึงหลักแสนดอลลาร์ โดยราคาในไทยมักคุ้มกว่าเมื่อเทียบคุณภาพ

ปัจจัยที่มีผลต่อราคามากที่สุด

1. จำนวนและความซับซ้อนของฟีเจอร์

ทุกฟีเจอร์คือเวลาพัฒนา ฟีเจอร์อย่างล็อกอินผ่านโซเชียลหรือฟอร์มธรรมดาใช้เวลาไม่กี่วัน แต่ระบบ Wallet, Real-time Chat หรือ Recommendation Engine ต้องใช้ทีมหลายคนหลายสัปดาห์

2. การออกแบบ UI/UX

ดีไซน์เฉพาะตัวที่ออกแบบใหม่ทั้งหมดให้ราคาสูงกว่าการใช้ Design System มาตรฐาน แต่ก็ตอบโจทย์แบรนด์และประสบการณ์ผู้ใช้ได้ดีกว่า

3. Platform ที่รองรับ

การทำทั้ง iOS และ Android ด้วยเทคโนโลยี Cross-platform อย่าง Flutter หรือ React Native ช่วยประหยัดงบได้ราว 30–40% เมื่อเทียบกับพัฒนาแยก Native สองชุด

4. ระบบหลังบ้าน (Backend)

แอพส่วนใหญ่ต้องมี Server, Database และ Admin Dashboard ซึ่งเป็นงานที่มองไม่เห็นจากหน้าจอ แต่กินสัดส่วนงบราว 30–50% เสมอ

5. ทีมที่จ้าง

Freelancer ถูกที่สุดแต่เสี่ยงเรื่องความต่อเนื่อง, Software House มีทีมครบตั้งแต่ Designer ถึง QA พร้อมสัญญารองรับ, บริษัทต่างประเทศแพงที่สุด

ค่าใช้จ่ายที่มักถูกมองข้าม

  • ค่าบำรุงรักษารายปี — โดยทั่วไปคิดราว 15–20% ของราคาพัฒนาต่อปี สำหรับแก้บั๊ก อัปเดต OS ใหม่ และดูแลเซิร์ฟเวอร์
  • ค่า App Store / Google Play — Apple คิด $99/ปี Google คิด $25 ครั้งเดียว
  • ค่า Server และ Third-party Services — Push Notification, Maps, Payment Gateway ส่วนใหญ่มีค่าบริการรายเดือน
  • การอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ — แอพที่ไม่อัปเดตจะค่อย ๆ เสียผู้ใช้ ควรกันงบพัฒนาต่อยอดทุกไตรมาส

4 วิธีควบคุมงบประมาณอย่างฉลาด

  1. เริ่มจาก MVP — ทำเฉพาะฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้หลักก่อน ทดสอบตลาดจริง แล้วค่อยขยายตามข้อมูลการใช้งานจริง
  2. ใช้ Cross-platform — Flutter หรือ React Native ลดเวลาและต้นทุนได้ทันทีโดยแทบไม่ต่างจาก Native
  3. จ้างแบบ Milestone — แบ่งชำระตามส่วนที่ส่งมอบ ลดความเสี่ยงและเห็นงานจริงทุกรอบ
  4. ขอ Scope of Work ละเอียด — ใบเสนอราคาที่ดีต้องระบุฟีเจอร์และหน้าจอชัดเจน ป้องกันค่าใช้จ่ายงอกกลางทาง

สรุป

ราคาพัฒนาแอพมือถือปี 2569 เริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักหมื่นบาทสำหรับ MVP หากวางแผนฟีเจอร์อย่างรู้จักธุรกิจตัวเอง สิ่งสำคัญไม่ใช่หา “ราคาถูกที่สุด” แต่คือหาทีมที่ทำให้งบทุกบาทกลายเป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้จ่ายเงินกลับมา

ถ้ากำลังพิจารณาจ้างทำแอพอยู่ บริการรับทำแอพมือถือของ Softbox.cloud ให้ปรึกษาวางแผนฟีเจอร์และประเมินงบฟรี พร้อมใบเสนอราคาละเอียดภายใน 24 ชั่วโมง หรืออ่านต่อเรื่อง ขั้นตอนการพัฒนาซอฟต์แวร์ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อเตรียมตัวก่อนเริ่มโปรเจกต์